ยอมความเพิกถอนทะเบียนหย่า์  

ยอมความเพิกถอนทะเบียนหย่า

ก. จดทะเบียนสมรสกับสามีซึ่งเป็นพ่อม่าย ต่อมา ก. มีปัญหากับสามี และสามีต้องการหย่า ก.ไม่ยอมหย่า แต่แยกกันอยู่ หลังจากนั้นมีหมายศาลมาที่บ้าน ก. อ่านแล้วปรากฏว่าเป็นเรื่องภริยาเก่าฟ้องสามีว่าหลอกให้เธอจดทะเบียนหย่า ขอให้ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนหย่า เมื่อ ก.ไปขอดูที่ศาลปรากฏว่าคดีตัดสินแล้วเป็นคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมระหว่างโจทก์กับจำเลย โดยยินยอมเพิกถอนการหย่า ก.จึงสงสัยว่าถ้ามีการเพิกถอนการจดทะเบียนหย่าได้จะมีผลกระทบกับคนที่จดทะเบียนสมรสภายหลังหรือไม่

ตัวอย่างคดีศึกษาคดีหนึ่งที่ภริยาฟ้องสามีขอแบ่งสินสมรสที่เป็นเงินรางวัลจากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 ได้เงินรางวัล 12 ล้านบาท เทคนิคการต่อสู้คดีนี้มีหลายอย่างนับว่าน่าสนใจมาก มีการขออายัดเงินรางวัล ส่วนที่ติดตามกลัับมาได้ ซึ่งเหลือไม่กี่ล้านบาท เพื่อมิให้มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ โดยศาลชั้นต้นตัดสินยกฟ้องภริยาผู้เป็นโจทก์ขอแบ่งเงินรางวัล 6 ล้านบาท แต่ศาลยกฟ้องคือไม่ให้แบ่งสินสมรสเพราะภริยาไม่ได้ฟ้องหย่ามาด้วย เมื่อไม่ได้ฟ้องหย่าการสมรสจึงไม่สิ้นสุด ไม่อาจฟ้องขอแ่บ่งสินสมรสได้ อย่างไรก็ตามผลของคดีชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ภริยาัจัดการสินสมรสได้ครึ่งหนึ่ง เนื่องจากมีพฤติการณ์และข้อเท็จจริงว่าการจัดการสินสมรสของสามีอาจทำให้เกิดความเสียหาย

ประเด็นที่จะยกตัวอย่างเพราะคดีนั้นมีการต่่อสู้เพื่อมิให้ภริยาคนที่สองมีส่วนแบ่งในเงินรางวัล โดยมีข้อเท็จจริงปรากฏขึ้นสู่ศาลว่า สามีมีภริยาคนแรกแต่ได้จดทะเบียนหย่ากันแล้ว ภริยาเก่าจึงมาฟ้องศาลขอให้เพิกถอนการหย่าโดยอ้างว่า เธอถูกหลอกให้จดทะเบียนหย่า แต่คดีนั้นมีการตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลระหว่างภริยาคนแรกผู้เป็นโจทก์กับสามีซึ่งตกเป็นจำเลยว่า
ตกลงยกเลิกการหย่า และนำคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความเพิกถอนการจดทะเบียนหย่าของสามีกับภริยาคนแรกมาแสดงในคดีที่พิพากษา
กันเรื่องเงินรางวัลคดีนี้ปรากฏผลใน
คำพิพากษาฎีกาที่ 1053/2537 ซึ่งศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยกับภริยาเก่าจดทะเบียนหย่าด้วยความสมัครใจตั้งแต่ปี 2528 ต่อมาปี 2531 จำเลยมาจดทะเบียนสมรสกับโจทก์โดยแสดงทะเบียนหย่าภริยาเก่าให้นายทะเบียนดู นายทะเบียนสอบถามความยินยอมของโจท์จำเลยทั้งสองฝ่ายแล้วจึงทำการจดทะเบียนสมรสให้ แม้ในปี 2532 ภริยาเก่ามาฟ้องเพิกถอนการหย่า และทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้เพิกถอนการจดทะเบียนหย่า ซึ่งศาลพิพากษาให้เพิกถอนการหย่าก็ตาม ก็เป็นการกระทำภายหลังที่โจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ไม่มีผลทำให้การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1452 นั่นคือ คดีที่ตกลงยอมความกันเอง ไม่ได้มีการสืบพยานต่อสู้คดีกัน เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาตามพยานหลักฐาน ผลของคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความจึงไม่มีผลผูกพันถึงบุคคลภายนอกซึ่งไม่ได้เป็นคู่ความในคดีด้วย ดังนั้นถ้าการจดทะเบียนสมรสครั้งที่สองถูกต้องสุจริต คือจดทะเบียนสมรสในขณะที่คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งได้แสดงให้เห็นว่าได้จดทะเบียนหย่ากับคู่สมรสเดิมแล้ว ส่วนเขากับคู่สมรสเดิมจะจดทะเบียนหย่ากันเพราะเหตุผลใด มีผลเป็นการหย่าหรือไม่ก็ต้องไปว่ากล่าวกันเอาเอง ยังไม่มีผลทำให้การสมรสครั้งที่สองตกเป็นโมฆะแต่อย่างใด

 

 
 
นับคน . คอม : Realtime counter สำหรับคนไทย
 
Menu
 
ศาลต่างๆ

ศาลปกครอง
ศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลฎีกา
ศาลอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1
ศาลอุทธรณ์ภาค 2
ศาลอุทธรณ์ภาค 3
ศาลอุทธรณ์ภาค 4
ศาลอุทธรณ์ภาค 5
ศาลอุทธรณ์ภาค 6
ศาลอุทธรณ์ภาค 7
ศาลอุทธรณ์ภาค 8
ศาลอุทธรณ์ภาค 9
ศาลแพ่ง
ศาลอาญา
ศาลแพ่งธนบุรี
ศาลอาญาธนบุรี
ศาลภาษีอากรกลาง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต
ศาลอาญากรุงเทพใต
ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ
ศาลล้มละลายกลาง
ศาลแรงงานกลาง
 
หน่วยงานทางกฎหมาย


รัฐสภา
คณะรัฐมนตรี
เนติบัณฑิตติยสภา

กระทรวงยุติธรรม
สำนักงานอัยการสูงสุด
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สำนักงาน ปปช.
สำนักงาน ตรวจคนเข้าเมือง
สำนักงาน ปปง.
สำนักงาน ปปส.
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์
กรมบังคับคดี
กรมคุมประพฤติ
กรมราชทัณฑ์
กรมสอบสวนคดีพิเศษ
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
สนง. คุ้มครองผู้บริโภค
คู่มือบริการประชาชน
สำนักงานประกันสังคม
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ราชกิจจานุเบกษา

 

เว็บไซต์แนะนำ
 
www.athatayabook.com
 
 
 
Free Hit Counters
Free Hit Counter
 
Copyright © 2010 All Rights Reserved.
 
Contact Us Contact us Our Company link บริษัทของเรา ความรู้ทางกฏหมาย กระดานถาม-ตอบ ติดต่อเรา คลังรูปภาพ ข่าวสารประชาสัมพันธ์